สธ.คาดทดสอบเลือดลิงหลังรับวัคซีนโควิดกลางมิ.ย. จ่อผลิตทดลองในคน

0
73

สธ.คาดทดสอบเลือดลิงหลังรับวัคซีนโควิดกลางมิ.ย. จ่อผลิต 1 หมื่นโดสทดลองในคน ประสาน 2 โรงงานเมืองนอก “อเมริกา-แคนาดา” ผลิตให้

วันที่ 24 พ.ค. นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่า

ประเทศไทยมีความพยายามในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบดีเอ็นเอ (DNA) เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) การใช้โปรตีนบางส่วนของเชื้อ โครงสร้างมาทำเปลือกไวรัส (VLP) วัคซีนเชื้อตาย หรือเอาไวรัสตัวอื่นมาเป็นพาหะนำสารพันธุกรรมโควิดไปเป็นวัคซีน แต่ที่มีความก้าวหน้า 2 ตัว คือ DNA วัคซีน และ mRNA วัคซีน โดยเริ่มทำการทดสอบในสัตว์ทดลอง ซึ่งวัคซีน DNA โดยบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด และไบโอเทค เริ่มทดสอบในหนูทดลอง ส่วนวัคซีน mRNA โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการทดสอบในหนู และเริ่มทดสอบในลิงเมื่อวันที่ 23 พ.ค.

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

นพ.นครกล่าวว่า วัคซีนที่ผ่านการทดสอบมีขั้นตอน คือ ต้องผ่านในสัตว์ทดลองให้ได้ผลพอใจ ผ่านเงื่อนไขความปลอดภัย และกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์ทดลองได้ ถึงเริ่มทำการทดสอบในคนได้ การทดสอบในคนมี 3 ระยะ คือ 1. หาความปลอดภัย 30-50 คน 2. กระตุ้นภูมิคุ้มกัน 250-500 คน และ 3. ให้ผลในการป้องกันโรค 1,000 คนขึ้นไป ซึ่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีวัคซีนต้นแบบ 10 ชนิดที่เริ่มทดสอบในคนแล้ว คือ จีน 5 ชนิด อเมริกา 2 ชนิด อังกฤษ เยอรมนี และออสเตรเลีย อย่างละ 1 ชนิด อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเริ่มช้ากว่า แต่หลายประเทศที่พัฒนาไปแล้วจะเป็นฐานให้ประเทศที่กำลังพัฒนากันไป จะได้ปรับปรุงวัคซีนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

“การดำเนินงานเพื่อให้ไทยมีวัคซีนป้องกันโควิดในเวลาใกล้เคียงกับประเทศอื่น คือ การพัฒนาวัคซีนในประเทศ ซึ่งเรามีนักวิจัยที่มีศักยภาพในประเทศ มีหน่วยงานอื่นๆ มาร่วมสนับสนุน และการเชื่อมพันธมิตรนานาชาติในการร่วมพัฒนา ถ้าพันธมิตรพัฒนาแล้วได้วัคซีน เราก็จะขอร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยี และข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนร่วมกัน เพื่อไทยมีวัคซีนในเวลาใกล้เคียงประเทศอื่น” นพ.นครกล่าว

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ไทยต้องพัฒนาวัคซีนเอง ไม่รอซื้อ เนื่องจากประชากรโลกมีจำนวนมาก 7.7 พันล้านคน และต้องได้วัคซีน 30-50% อย่างจีนและอเมริกา ที่กำลังพัฒนาวัคซีนก็มีประชากรจำนวนมาก จีน 1,400 ล้านคน อเมริกา 330 ล้านคน ก็คงไม่พอกว่าจะมาถึงประเทศเรา ไทยจึงต้องเข้าไปแข่งด้วย แต่เราไม่ได้เริ่มจาก 0 อย่างศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาฯ เราตั้งมา 15 ปี เรียนรู้เทคโนโลยีสะสมมาเรื่อยๆ สามารถทำได้หลายอย่างรวดเร็วขึ้น สำหรับวัคซีน mRNA ที่ผ่านด่านหนูและกำลังทดลองลิง คาดว่าสิ้นเดือนน่าจะเรียบร้อย โดยประมาณ 2 สัปดาห์ภูมิน่าจะขึ้น และจะขึ้นสูงใน 4-6 สัปดาห์ ก็จะมีการตรวจเลือดลิงรอบแรกกลางมิ.ย. แต่ถ้าผลเลือดยังต่ำ ก็รอปลายมิ.ย.หรือต้นก.ค.

ศ.นพ.เกียรติกล่าวว่า ทั้งนี้ ในไทยยังไม่สามรถผลิตวัคซีนจากเทคโนโลยี mRNA ได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่มาก ทั่วโลกขณะนี้มีโรงงานที่ผลิต mRNA ได้ ไม่น่าเกิน 7 แห่ง เราจึงจองโรงงานขนาดเล็กในต่างประเทศก่อน คือที่อเมริกา และเยอรมัน แต่มีโรงงานที่แวนคูเวอร์ แคนาดา เพื่อผลิตให้เราจำนวน 1 หมื่นโดส โดยเมื่อเราได้ผลทดสอบในลิงดี ก็จะเลือกตัวที่ดีที่สุดไปผลิต ซึ่งจำนวน 1 หมื่นโดส มาจากวัคซีนทั่วไปจะฉีดคนละ 2 โดส เราจึงเตรียมอาสาสมัครไว้ 5 พันคน คาดว่าจะผลิตได้จากโรงงานแรกเร็วสุดคือ ต.ค. และอีกแห่งน่าจะได้ก่อนสิ้นปี

โดยใช้ทดสอบในคน 3 ระยะ คือ ระยะ 1 ประมาณ 30-50 คน เพื่อดูขนาดต่ำสุด ขนาดกลาง ขนาดสูง เทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ ว่าปลอดภัยหรือไม่ เช่น มีไข้ บวม ผื่น หรือไม่ ระยะ 2 อาสาสมัครก็เยอะขึ้น และระยะ 3 ที่ต้องมากกว่าพันคน อย่างไรก็ตาม การเตรียมการผลิตไม่ใช่รอทุกอย่างเสร็จ ต้องเตรียมโรงงานไทยรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก 2 โรงงานขนาดเล็กนี้ด้วย โดย บ.ไบโอเนทขเอเชีย พร้อมรับเทคโนโลยีมาผลิต ถ้าแต่ละขั้นตอนผ่านด่านแล้วดี ไทยก็พร้อมผลิตวัคซีนในอีก 1 ปีครึ่งข้างหน้า ถ้าเป็นไปตามแผน อาจจะได้ผลิตเพื่อหลายล้านคนได้ภายในปลายปี 2564

นายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บ.ไบโอเนทเอเชีย จำกัด กล่าวว่า จากการหารือก็เห็นตรงกันว่า ช่วงโรคระบาดจะต้องเลือกพัฒนาวัคซีนที่มีความรวดเร็วและปลอดภัย ดังนั้น DNA และ mRNA วัคซีนเป็นคำตอบ บริษัทจึงหันมาทำทาง DNA วัคซีน ซึ่งราก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และเรามีศักยภาพที่จะผลิต DNA วัคซีนเพื่อใช้ในประเทศได้ และพร้อมรับการถ่ายทอด mRNA

เมื่อถามถึงความร่วมมือการพัฒนาวัคซีนกับประเทศอื่นๆ นพ.นครกล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งทำความร่วมมือพันธมิตรในการร่วมวิจัยพัฒนาวัคซีน โดยบางส่วนได้รับความร่วมมือมาแล้ว เช่น จีน ในการร่วมการวิจัย ซึ่งถ้าสำเร็จเราก็จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อผลิตเองในประเทศ แต่กว่าจะผลิตเองได้ต้องใช้เวลา ก็มีความตกลงว่า ไทยจะซื้อวัคซีนบางส่วนจากประเทศต้นทางเพื่อมาใช้ในช่วงสั้นๆ ก่อน ระหว่างรับถ่ายทอดเเทคโนโลยีพื่อผลิตเองให้เพียงพอ เพราะไม่มีประเทศใดผลิตให้เพียงพอคนทั้งโลกได้ ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งจำเป็น และขยายการผลิตวัคซีนให้กว้างขวาง ไม่ว่าใครสำเร็จต้องสร้างความร่วมมือต่อกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.