พยานแฉเห็นชายร่างใหญ่เสื้อส้มอุ้มน้องชมพู่ วิ่งหนีหายเข้าไปในไร่มัน

0
161

พยานแฉเห็นชายร่างใหญ่เสื้อส้มอุ้มน้องชมพู่ วิ่งหนีหายเข้าไปในไร่มัน เหมือนคนตัดอ้อย ปิดบังใบหน้า คาดอาจจะเป็นเบาะแสของคนร้ายได้

จากกรณี น้องชมพู่ เด็กหญิง 3 ขวบ หายตัวไปจากบ้านพักในอ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร นาน 4 วัน กระทั่งพบเป็นศพในสภาพเปลือยในป่าบนเขา ห่างจากบ้านพักไปประมาณ 2 กิโลเมตร เบื้องต้นตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน ทีมแพทย์เก็บหลักฐานพบว่าเด็กถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และถอดเสื้อผ้าเด็กทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ล่าสุดผลชันสูตรรอบ 2 จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่าพบร่องรอยถูกทำร้าย บาดแผลที่อวัยวะเพศ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ตรวจพบร่องรอยถูกกระทำทางเพศ แพทย์จึงเก็บตัวอย่างของเหลวในช่องคลอดไปตรวจหาอสุจิ ซึ่งระยะการเสียชีวิตยังไม่นานเกินไป หากมีอสุจิก็สามารถตรวจพบได้ ส่วนน้องชมพู่ จะถูกข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ส่วนบาดแผลที่พบไม่สามารถให้รายละเอียดได้ว่าเป็นบริเวณใดของร่างกาย ซึ่งแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจหาสารเสพติดและสารพิษ เพื่อดูว่ามีการวางยาหรือไม่

ทั้งนี้แพทย์ยังไม่สามารถระบุการเสียชีวิตได้ จึงเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากชิ้นเนื้อจะสามารถระบุได้ว่า บาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากการถูกทุบตี กดทับ หรือมีการลากร่างเกิดขึ้นหรือไม่ เบื้องต้นคาดใช้เวลาอีก 30 วันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการถึงจะออก จากนี้แพทย์จะได้แจ้งผลการชันสูตรต่อพนักงานสอบสวน และแจ้งให้ญาติรับทราบต่อไป

นายไชย์พล วิภา ลุงของน้องชมพู่ เดินทางมารับศพที่รพ.ตำรวจ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เปิดเผยหลังจากทราบผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ มีผลที่ดีขึ้นกว่าครั้งแรก มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย พบบาดเเผลที่อวัยวะเพศ แต่ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย ตนก็รู้สึกดีใจที่พบร่องรอย เพราะทางญาติเชื่อมาโดยตลอดว่าน้องถูกกระทำ หลังจากนี้จะได้มีหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการหาตัวผู้กระทำผิด

โดยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุถือเป็นการกระทำที่โหดร้าย รับไม่ได้ที่มีคนมาทำกับหลานแบบนี้ ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยทางคดีได้มากน้อยเพียงใด ในใจลึกๆ ไม่อยากให้คนร้ายเป็นคนในชุมชน เพราะว่ามันน่ากลัว และตอนนี้ยังหาคนร้ายไม่ได้ ถ้าเป็นคนในพื้นที่และอยู่ใกล้ตัว ก็ถือว่าอันตราย ส่วนตัวยังไม่สงสัยใคร ต้องรอให้ทางพ่อแม่เด็กเป็นผู้ให้ข้อมูล

โดยหลังจากนี้จะนำร่างน้องไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยจะหารือกับพ่อเเม่น้องอีกครั้ง ในเรื่องการประกอบพิธีศพ เเละเเนวทางการดำเนินการทางคดีต่อไป ซึ่งตนก็เชื่อว่าพ่อเเม่ น้องคงจะดีใจเช่นกันที่ผลการชันสูตรมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ภายหลังจากให้สัมภาษณ์ คุณลุงน้องชมพู่ ได้รับร่างน้องชมพู่มุ่งหน้ากลับ จ.มุกดาหาร ทันที ซึ่งคุณลุงน้องชมพู่หวังว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย เเละฝากไปยังครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ให้ดูเเลลูกหลานอย่างใกล้ชิด

ด้าน นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม อธิบายว่า ที่แพทย์ระบุว่า “ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย” หมายความว่า แม้จะพบบาดแผลตามร่างกายและอวัยวะเพศ ไม่ได้หมายความว่าน้องชมพู่จะเสียชีวิตจากการถูกถูกข่มขืนหรือทำร้ายร่างกาย เพราะการเสียชีวิตมาจากสาเหตุอื่นได้ ทั้งนี้อาจจะไม่ใช่การข่มขืนจนเสียชีวิต แต่อาจจะถูกข่มขืนแล้วมีแผลที่อวัยวะเพศ แล้วแผลติดเชื้อจนเสียชีวิตเนื่องจากในป่ามีเชื้อโรคที่สกปรกมาก

จากการสันนิษฐาน ตนมองว่าการข่มขืนอย่างเดียวไม่ทำให้เสียชีวิตได้ โดยสาเหตุอื่นที่ทำให้เสียชีวิตได้ คือ การเป็นลมแดดจนช็อก และร่างกายเสียน้ำขาดน้ำมาก ซึ่งจะต้องชันสูตรจากหัวใจของน้องชมพู่ หรือถูกสัตว์มีพิษต่อยร่วมด้วยก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ คิดว่าคงไม่มีคนทำร้าย เพราะถ้ามีการปิดปากปิดจมูกให้ขาดอากาศหายใจ สีผิวจะเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำ แต่ศพของน้องชมพู่ไม่พบว่ามีสีคล้ำ และสามารถชันสูตรได้จากปอด

สำหรับโอกาสที่น้องชมพู่วัย 3 ขวบ จะเดินหายไปคนเดียวจากบ้าน พ่อแม่ของเด็กเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะถนนจากบ้านถึงทางเข้าป่าห่างออกไปไกล 2 กม. ส่วนจุดที่เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปในป่าภูเขาไฟเหล็กไกลถึง 3 กม.

ทั้งนี้จุดที่พบศพเด็กบนผาหิน เมื่อเดินลึกเข้าไป จะพบเขาที่สูงราว 3 เมตร ลักษณะตั้งฉาก ซึ่งต้องเดินตามซอกหินขึ้นไป ระดับการก้าวแต่ละก้าว สูงราว 1 เมตร ซึ่งสูงกว่าตัวน้องชมพู่ เพราะน้องสูง 85 ซม. แต่หินสูง 2 เมตร ทีมข่าวเดินต่อไปอีกราว 300 เมตร ก็พบกับจุดที่พบศพน้องชมพู่ ซึ่งอยู่ใต้หินขนาดใหญ่ ด้านล่างเป็นดินทรายที่ถูกเกลี่ยจนเรียบ ซึ่งใช้เป็นที่บังแดด บังฝนได้ ด้านหลังของหินก้อนนี้ เป็นลักษณะหินซับซ้อน เป็นซอกจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวเดินทางกลับมาที่บ้านกกกอก หมู่บ้านที่เกิดเหตุ โดยทีมข่าวมาพบกับนางเอี่ยม (นามสมมุติ) ชาวบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับบ้านน้องชมพู่ โดยบ้านตั้งอยู่ด้านหลังบ้าน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (11พ.ค.63) ตนก็นอนอยู่ที่บ้านกับลูกและสามี ตนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ทั้งเสียงร้องน้องชมพู่ หรือเสียงร้องไห้ ก็ไม่ได้ยิน ซึ่งปกติหากน้องชมพู่ร้องไห้ ตนก็ได้ยินเสียงถึงบ้านตนประจำ

เท่าที่สังเกตตนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหมาเห่า ปกติหากมีรถผ่าน มีคนแปลกหน้า หมามักจะเห่าอยู่เป็นประจำ ซึ่งกรณีหมาถือเป็นเรื่องน่าแปลก ยกเว้นแต่คนในชุมชนที่หมาจะไม่เห่า โดยวันดังกล่าวจะมีรถแปลกหน้าเข้ามาก็แค่รถ 6 ล้อขายที่นอน ซึ่งมาหลังจากที่ตนทราบว่าน้องชมพู่หายไปแล้ว

ตนนึกย้อนไปวันดังกล่าว หลังตนทราบข่าวว่าน้องชมพู่หายไป ต่างคนก็ต่างช่วยออกตามหากันคนละทิศทาง ออกตามหากันจนถึงช่วงค่ำ ส่วนตัวฐานะคนในชุมชนไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนร้ายพาน้องไป ตอนนี้ทุกคนก็มองเป็นปริศนาอยู่ ชาวบ้านบางส่วนก็คุยกันว่าเป็นผีหรือไม่ที่เอาตัวน้องไป แต่ส่วนตัวเชื่อว่าคนนั้นแหละ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นางเอี่ยม ยังระบุว่า วันที่เกิดเหตุใกล้บ้านชมพู่ห่างไป 100 เมตร อยู่บริเวณกลางซอย มีเด็กๆ ในชุมชนเล่นปีนป่ายต้นจำปากันอยู่ราว 3-4 คน มีเด็กคนหนึ่งอยู่บนต้นไม้ และมองเห็นในช่วงเวลาที่น้องหายไป

โดยเด็กคนนั้นอายุ 7 ขวบ เป็นเด็กหญิง เล่าให้ฟังว่า “เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อสีส้มแขนยาว มีหมวกสีดำ เหมือนหมวกคนตัดอ้อย ปิดใบหน้าไว้ ทำให้มองไม่เห็นว่าเป็นใคร รู้ว่าผิวดำ ส่วนกางเกงเห็นไม่ชัด อุ้มน้องชมพู่และวิ่งไปอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปทิศทางไร่มัน ส่วนตัวคิดว่าอาจจะเป็นเบาะแสของคนร้ายได้

โดยเด็กคนนั้นอายุ 7 ขวบ ผ่านไปราว 1-2 วันก็มาพูดใหม่ว่า คนที่อุ้มน้องไปหัวกุด ทำนองว่าไม่เห็นหัว ไม่มีหัว ซึ่งหากมองอีกมุมก็เหมือนผีพาน้องไป ส่วนอีกมุมก็อาจจะเป็นชายคนที่เห็น แต่เพียงมีหมวกบังหน้าไว้ทำให้เด็กเห็นว่าไม่มีหัว ส่วนตัวไม่คุ้นเลยว่าชายรายดังกล่าวเป็นใคร จะผีหรือคนก็ตอบไม่ได้ แต่ในหมู่บ้านก็ไม่มีชายลักษณะเช่นนี้ หากมองถึงผีก็ไม่เคยเจอ

ส่วนตัวก็กังวลหากจับคนร้ายไม่ได้ เพราะตนมีลูกยังเล็ก เป็นลูกสาววัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือน ลูกตนตอนนี้ตนไม่ให้ห่างสายตา จะไปเข้าห้องน้ำก็อุ้มลูกเข้าไปด้วย เนื่องจากกลัว อีกใจหนึ่งตนก็เห็นใจครอบครัวน้องชมพู่ เพราะต้องมาสูญเสียลูกไปกะทันหัน

ทีมข่าวสำรวจบริเวณต้นจำปาต้นดังกล่าว ซึ่งพบว่าหากปีนขึ้นไปบนต้น ซึ่งสูงจากพื้นราว 2 เมตร ก็สามารถมองเห็นบ้านน้องชมพู่ และถนนหน้าบ้านชัดเจน หากมีคนวิ่งอุ้มน้องชมพู่ไปตามคำบอกเล่าจริง

ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.