จี้โรงเรียน เลิกติดป้ายประกาศชื่นชมนักเรียน อย่าใช้เด็กมาสร้างชื่อเสียง

0
102

จี้โรงเรียน เลิกติดป้ายประกาศชื่นชมนักเรียน อย่าใช้เด็กมาสร้างชื่อเสียง

วันที่ 8 พ.ค. นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมหารือเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาขึ้นใหม่ โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นชอบหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้แล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

ซึ่งที่ประชุมเสนอว่าควรจะประชาสัมพันธ์ และจัดทำคู่มือให้ครูทราบล่วงหน้าว่า หลักสูตรที่กำลังจะเปลี่ยนไปนั้นต่างจากหลักสูตรเดิมอย่างไร เพื่อให้ครูเข้าใจ เตรียมความพร้อมและทำใจที่จะปรับเปลี่ยนตนเอง เพราะหลักสูตรฐานสมรรถนะ อาจจะกระทบการจัดการเรียนการสอนของครู ดังนั้น ควรจัดทำคู่มือและประชาสัมพันธ์เพื่อให้ครูสามารถปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น

“การเรียนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะจะต้องปรับปรุงการเรียนการสอนด้วย ผมพบปัญหาพฤติกรรมของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ยังติดกับรูปแบบเดิม คือไปเคี่ยวให้ผู้อำนวยการ และครูทุกโรงเรียน ต้องทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าไปเคี่ยวโดยไม่สนใจพัฒนาการของนักเรียน อาจจะเกิดผลเสียง ควรจะเปลี่ยนเป็นว่าโรงเรียนต้องรายงานพัฒนาการของนักเรียน โดยที่นักเรียนจะต้องมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นทุกปี หากกำหนดเช่นนี้ เชื่อว่าการศึกษาจะพัฒนาได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ผมคิดว่าโรงเรียนแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ควรเลิกใช้เด็กมาสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน โดยติดป้ายประกาศหน้าโรงเรียนชื่นชมนักเรียนว่าสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง คณะใดบ้าง ผมอึดอัดกับวิธีนี้มาก เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทาง สพฐ.รับเรื่องไปพิจารณาแล้ว” นายเอกชัยกล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ.แจ้งให้ที่ประชุมทราบและแสดงความเห็น ร่างกฎ ระกทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ซึ่งเดิมนี้น มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดตั้ง ควบรวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 อยู่แล้ว แต่ฝ่ายกฎหมายท้วงว่าการออกระเบียบเพื่อควบรวมหรือจัดตั้งสถานศึกษา ต้องทำเป็นประกาศกระทรวงเท่านั้น

ดังนั้น สพฐ.จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อจะมีการปรับระเบียบนี้แล้ว อะไรที่เป็นอุปสรรคไม่ทันสมัย ก็ควรจะแก้ใหม่ทั้งหมด เช่น การตั้งสถานศึกษาต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ ปริมาณผู้เรียนในอนาคตว่าจะมีผู้เรียนจำนวนเท่าใด ดังนั้นการขอจัดตั้งสถานศึกษาอาจจะไม่ง่ายอีกต่อไป เป็นต้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.