ลงทะเบียนขอคืนประกันไฟฟ้าแล้ว 2 ล้านราย เผย 5 เหตุผล 9 แสนรายไม่ได้เงิน

0
161

การไฟฟ้าเผยยอดคนลงทะเบียน ขอเงินเอาประกันค่าไฟคืน พบอีก 9 แสนรายอดได้เงิน เพราะ 5 สาเหตุ แนะตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ในฐานะโฆษก MEA กล่าวว่า ตามที่ MEA ได้เปิดให้ลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ และหมายเลขโทรศัพท์ 0 2256 3333 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นมานั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนผ่าน MEA แล้วประมาณ 2 ล้านราย โดยในจำนวนนี้ MEA ได้ดำเนินการคืนเงินตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 63 จนกระทั่งล่าสุดในวันที่ 14 เม.ย. 63 มีผู้ได้รับเงินแล้วทั้งสิ้นประมาณ 1.1 ล้านราย คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 3,125 ล้านบาท

โฆษก MEA กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าในครั้งนี้ MEA ขออภัยที่อาจทำให้การคืนเงินล่าช้าในบางท่าน เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อจ่ายคืนให้ถูกต้องไม่ให้ผิดพลาด จึงต้องตรวจสอบรัดกุมพยายามเร่งรัดจ่ายเงินให้ถึงมือทุกท่านอย่างถูกต้องรวดเร็วที่สุดไปพร้อมกันเมื่อลูกค้าลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะมีขั้นตอนการตรวจสอบทั้งส่วนของ MEA และธนาคารแต่เนื่องจากช่วงนี้มีลูกค้าลงทะเบียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก MEA สามารถตรวจสอบได้วันละประมาณ 1 แสนราย หลังจากนั้นก็จะส่งข้อมูลไปให้ธนาคาร ซึ่งธนาคารเองก็จะใช้เวลาตรวจสอบอีกระยะหนึ่ง แต่หากหลักฐานที่ส่งมาไม่ตรงกันก็จะต้องใช้เวลาการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย สำหรับการรับลงทะเบียนคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าไม่มีการปิดรับลงทะเบียน

ทั้งนี้ ผู้ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ที่ได้เลือกรับเงินในแต่ละช่องทางนั้น จะได้รับเงินตามระยะเวลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการรับเงินที่เลือก รวมถึงขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบประมวลผล และการประสานกับหน่วยงานการคืนเงินที่เข้าร่วม ซึ่งผู้ลงทะเบียนที่ MEA ตรวจสอบสิทธิ์ถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะมีกรอบระยะเวลาสำหรับการรับคืนเงินผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1.พร้อมเพย์ ประมาณ 3 วันทำการ
2.โอนบัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ประมาณ 7 วันทำการ (ธนาคารกรุงเทพ เริ่มโอนวันแรก 20 เม.ย. 63)
3.โอนบัญชีธนาคารกสิกรไทย ประมาณ 10 วันทำการ
4.เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา ประมาณ 3 วันทำการ

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 9 แสนรายนั้น MEA ได้ดำเนินการตรวจสอบและพบว่าอาจมีสาเหตุมาจากการผิดเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

1.ลงทะเบียนผิดองค์กร
เนื่องจาก MEA ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เท่านั้น สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 จังหวัดดังกล่าว จะต้องลงทะเบียนผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่เว็บไซต์ PEA เท่านั้น

2.เป็นผู้ไม่มีสิทธิ์ในเงินประกัน
เนื่องจากหลักการคืนเงินประกันของ MEA จะพิจารณาว่า ผู้ลงทะเบียนขอคืนเงินประกันนั้น เป็นบุคคลที่มีชื่อ-นามสกุล ตรงกับผู้วางเงินประกันการใช้ไฟฟ้าไว้หรือไม่ ดังนั้น หากชื่อ-นามสกุล ไม่ตรง ผู้ลงทะเบียนจะไม่ได้รับเงิน ยกเว้นในกรณีที่ข้อมูลไม่ตรงเนื่องจากการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือเป็นทายาทของผู้วางเงินประกัน จะต้องรอข้อความ SMS จาก MEA แจ้งให้ยื่นเอกสารยืนยันเพิ่มเติมผ่าน http://measy.mea.or.th เพื่อดำเนินการตรวจสอบ

3.รับเงินผ่านบัญชีธนาคารที่ชื่อไม่ตรงกับผู้วางเงินประกัน
เพื่อป้องกันการลักลอบรับสิทธิ์เงินประกันของบุคคลอื่น MEA จึงกำหนดให้ผู้ลงทะเบียนที่เลือกรับเงินผ่านช่องทางบัญชีธนาคาร จะต้องใช้บัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อผู้วางหลักประกันเท่านั้น โดยผู้ลงทะเบียนที่เลือกบัญชีที่ชื่อไม่ตรง จะต้องรอข้อความแจ้งผลลงทะเบียนไม่สำเร็จ จึงจะสามารถลงทะเบียนใหม่ได้

4.รับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์
ระบบการลงทะเบียนของ MEA กำหนดให้ผู้ที่เลือกช่องทางการรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ต้องเป็นประเภทผูกกับบัตรประชาชนเท่านั้น โดยผู้ลงทะเบียนที่เลือกรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์ จะต้องรอข้อความแจ้งผลลงทะเบียนไม่สำเร็จ จึงจะสามารถลงทะเบียนใหม่ได้

5.ระบบคืนเงินประกันผ่าน 7-ELEVEN แล้ว แต่ผู้ขอคืนเงินประกันยังไม่ไปรับเงิน
สำหรับผู้ลงทะเบียนที่รับเงินคืนผ่านระบบเคาน์เตอร์เซอร์วิสของ 7-ELEVEN นั้น เมื่อ MEA ตรวจสอบสำเร็จแล้ว จะแจ้งข้อความ SMS ที่ระบุ จำนวนเงิน และรหัส PIN CODE ไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ขอคืนประกันได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้ผู้ลงทะเบียนใช้ยื่นรับเงินพร้อมกับแสดงบัตรประชาชน แต่ปัจจุบันยังพบว่ามีผู้ที่ได้รับสิทธิ์รับเงินผ่าน 7-ELEVEN แล้วจำนวนมากที่ยังไม่ได้ไปรับเงิน

ซึ่งหากผู้ลงทะเบียนไม่ไปรับในระยะเวลาที่กำหนด 30 วัน (นับจากวันที่ MEA แจ้งผ่าน SMS) MEA จะดำเนินการยกเลิกการลงทะเบียนในครั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ขอคืนเงินประกันที่ถูกยกเลิกการลงทะเบียนจะสามารถลงทะเบียนครั้งใหม่ได้ตามปกติ

โฆษก MEA กล่าวอีกว่า นอกจากเงื่อนไขในการลงทะเบียนผิดที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ได้รับเงินแล้ว ยังพบว่ามีผู้ขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าบางส่วนที่ได้รับเงินแล้ว แต่เข้าใจผิดว่ายังไม่ได้รับเงินคืน ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่ MEA คืนให้ เพราะยอดเงินที่ได้รับคืนไม่ตรงกับยอดเงินที่เคยวางเงินประกันไว้ ซึ่งในเรื่องนี้เกิดจาก MEA ได้คืนเงินประกันพร้อมกับดอกผลจากการวางเงินประกันของผู้ใช้ไฟฟ้า ในอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ของธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา MEA จึงได้เริ่มคำนวณดอกผลจากเงินประกันการใช้ไฟฟ้าในรอบใหม่คืนให้ในคราวเดียวกัน แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ขอคืนเงินประกัน MEA จะคำนวณดอกผลให้ต่อเนื่องจนกว่าผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีการขอคืนเงินประกันนั้นๆ

สำหรับผู้ลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า สามารถตรวจสอบสถานะการขอคืนเงิน รวมถึงตรวจสอบรหัสการยืนยันการรับเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสของท่านได้ที่ https://measy.mea.or.th ในฟังก์ชันตรวจสอบเรื่อง โดยกรอกรหัสประจำตัวประชาชน หรือรหัสประจำตัวผู้เสียภาษี พร้อมกับหมายเลขรับเรื่อง 10 หลัก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.