พนักงาน สกสค.เปิดใจ ช็อกถูกเลิกจ้าง ชี้เงินเดือนก็ค้าง หนี้ค้ำประกันนัว

0
143

จากกรณีองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ออกคำสั่งที่ 85/2563 เรื่องเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่โดยระบุข้อความประมาณว่า ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมากกว่า 15 ปี จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน จำนวน 961 ราย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่องค์การค้าของสกสค. / ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ (โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว) ถนนลาดพร้าว แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. นางกัลยา หรือแก้ว ฤทธิเดช อายุ 50 ปี กล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้ตนได้ข่าวมาว่าจะมีการปิดกิจการของสถานที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งทางพนักงานทุกคนก็เตรียมเก็บของส่วนตัวกันทุกคน

จนกระทั่งในวันนี้พบเอกสารปิดประกาศบอกเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งพนักงานทุกคนก็เกิดอาการตกใจบางรายถึงขั้นช็อกหมดสติ ซึ่งขณะนี้ทางสหภาพแรงงานได้ไปส่งยื่นหนังสือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งไปหาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ทั้งนี้ สหภาพฯจะเรียกสมาชิกทั้งหมดร่วมเข้าประชุมเพื่อหาข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือในเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่วัดสามัคคีธรรม ย่านลาดพร้าว

พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง

นางกัลยา กล่าวต่อว่า ซึ่งในวันนั้นจะได้ข้อสรุปผลประโยชน์ตอบแทนจากตามคำสั่งเลิกจ้างให้กับลูกจ้างตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ในตามคำสั่งนั้นได้ระบุแบบกว้างๆ จนไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าจะชดเชยให้อย่างไร โดยก่อนหน้านี้กรมการค้าฯ ได้มีคำสั่งให้พนักงานหยุดงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผู้บริหารก็มีความเป็นห่วงพนักงานจึงออกคำสั่งให้พนักงานที่ไม่มีความจำเป็นหยุดงานโดยมีรายชื่อแนบท้ายและให้รับเงินเดือน 75 เปอร์เซ็นต์

ส่วนกลุ่มที่มีความจำเป็นกับองค์กรให้มาทำงานตามปกติโดยรับค่าจ้างเต็ม จนมาถึงขณะนี้ถูกเลิกจ้างจำนวน 961 ราย จากพนักงานทั้งหมด 1,036 กว่าคน แต่ส่วนที่เหลือนั้นเป็นคณะกรรมการลูกจ้าง จะต้องทำหนังสือแนบร้องต่อศาลถึงจะเลิกจ้างได้

นาทีรู้ข่าวเลิกจ้าง

“ตนเริ่มมีอายุมากแล้ว ไม่มีหน่วยงานใดรับคนอายุ 50 ปี เข้าทำงาน อีกทั้งในสิ้นเดือนมิ.ย. ตนและเพื่อนร่วมงานไม่ได้รับเงินเดือน เนื่องจากมีคำสั่งบางคำสั่งให้ไปรับเงินจากสำนักงานประกันสังคม หากจะได้รับก็อาจมีความล่าช้า พร้อมกันนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวพนักงานทุกรายเรื่องการขาดรายได้

องค์กรนี้ตนทำงานมา 20 กว่าปี รู้สึกใจหาย และยังทำใจไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับเราจริงๆ สำหรับผลกระทบที่พนักงานหลายคนได้รับอีกอย่างคือการกู้หนี้ยืมสินจากชพค. ไว้กับธนาคารออมสินซึ่งมีการจับกลุ่มค้ำประกันซึ่งกันและกัน และอีกกลุ่มที่กู้ธนาคารออมสินพัฒนาชีวิตครู ซึ่งมีการคำ้กันไปมาในลักษณะเดียวกัน ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินตรงไหนมาชำระหนี้ ” นางกัลยา กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.